<?xml version='1.0' encoding='UTF-8' ?>
<rss version='2.0' xmlns:atom='http://www.w3.org/2005/Atom'>
<channel>
<title><![CDATA[วัดสำคัญของจังหวัด]]></title>
<link>https://cpn.onab.go.th/th/content/category/index/id/110</link>
<atom:link href="https://cpn.onab.go.th/th/content/category/index/id/110" rel="self" type="application/rss+xml" />
<description><![CDATA[-]]></description>
<item>
<title><![CDATA[วัดขันเงิน (พระอารามหลวง)]]></title>
<link>https://cpn.onab.go.th/th/content/category/detail/id/110/iid/65770</link>
<guid isPermaLink="false">9c5281792efd07b7c38b998542e10420</guid>
<pubDate>Fri, 19 Jan 2024 09:43:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p>วัดขันเงิน เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ &nbsp;เป็นวัดเก่าแก่แห่งหนึ่งของจังหวัดชุมพร มีอายุมากกว่า 300 ปี อยู่ในเขตการปกครองคณะสงฆ์มหานิกาย ภาค 16 ตั้งอยู่กลางชุมชนตลาดหลังสวน ตำบลวังตะกอ อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร มีฐานะเป็นวัดของเจ้าคณะจังหวัดชุมพร ต่อเนื่องกันมาตั้งแต่ พ.ศ. 2494 - 2558 เป็นเวลากว่า 64 ปี นับตั้งแต่ พระเทพวงศาจารย์ &nbsp;(จันทร์ โกสโล) พระราชญาณกวี (บุญชวน เขมาภิรโต) และพระธรรมโกศาจารย์ (องอาจ ฐิตธมฺโม)<br />
ประวัติวัดขันเงิน เดิมเป็นวัดราษฎร์ ในหนังสือ &ldquo;ประวัติวัดทั่วราชอาณาจักร&rdquo; ระบุว่า วัดขันเงินสร้างเมื่อ พ.ศ. 2369 แต่เมื่อสืบค้นจากกรมการศาสนา จึงทราบว่าวัดขันเงินสร้างขึ้นตั้งแต่ &nbsp;พ.ศ. 2240 ครั้งกรุงศรีอยุธยา ในรัชกาลสมเด็จพระมหาบุรุษวิสุทธิเดชอุดม (สมเด็จพระเพทราชา) ต่อมาพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ ๙ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ยกเป็นพระอารามหลวงชั้นตรีชนิดสามัญ เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2531 ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา ครั้งล่าสุดเมื่อ พ.ศ. 2499</p>
]]></description>
<enclosure url='https://cpn.onab.go.th/th/file/get/file/20240119512307cc2880b49c359cb346cb1bf143095404.jpg' type='image/jpg' length='156902' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[วัดราชบุรณะ]]></title>
<link>https://cpn.onab.go.th/th/content/category/detail/id/110/iid/646</link>
<guid isPermaLink="false">e734d95ff869db47455b1b414338eb42</guid>
<pubDate>Mon, 27 Jul 2020 00:00:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><strong><span style="font-size:48px;">วัดราชบุรณะ</span></strong></p>

<p style="text-align: center;"><strong><span style="font-size:48px;"><img alt="" src="https://cpn.onab.go.th/cms/s33/u276/ราชบุรณะ.jpg" style="width: 300px; height: 200px;" />&nbsp;&nbsp;<img alt="" src="https://cpn.onab.go.th/cms/s33/u276/ราชบุรณะ1.jpg" style="width: 300px; height: 200px;" />&nbsp;&nbsp;<img alt="" src="https://cpn.onab.go.th/cms/s33/u276/ราชบุรณะ2.jpg" style="width: 300px; height: 200px;" /></span></strong></p>

<p><i>&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;วัดราชบุรณะ (วัดนอก) พระอารามหลวง ตั้งอยู่เลขที่ ๒ บ้านท่าสะท้อน หมู่ที่ ๒ ตำบลท่ามะพลา อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ที่ดินตั้งวัดมีเนื้อที่ ๘๗ ไร่ ๑ งาน ๓๐ ตารางวา น.ส. ๔ จ ปูชะนียะวัตถุมีพระประธานประจำอุโบสถ ปางมารวิชัย ขนาดหน้าตักกว้าง ๕๒ นิ้ว ๖๙ นิ้ว พระประธานประจำศาลาการเปรียญ ปางมารวิชัย ขนาดหน้าตักกว้าง ๖๒ นิ้ว สูง ๘๘ นิ้ว</i></p>

<p><b><i>&nbsp;</i></b><i>วัดราชบุรณะตั้งเมื่อ พ.ศ. ๒๒๙๖ เดิมชื่อวัดเขาห่อ ตามสภาพของวัดมีภูเขาล้อมรอบ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๓) แห่งกรุงรัตนโกศินทร์ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อประมาณ พ.ศ.๒๓๖๕ พร้อมทั้งพระราชทานพระประธาน สำหรับประดิษฐานในโรงอุโบสถ&nbsp;<b>&ldquo;</b></i><i>พระพุทธสิหิงห์ฯ<b>&rdquo;</b></i><i>และทรงพระราชทานนามวัดเสียใหม่ว่า&nbsp;<b>&ldquo;</b></i><i>วัดราชบูรณะ<b>&rdquo;&nbsp;</b></i><i>โดยมรหลวงพ่อทองคำ (ไม่ปรากฎฉายา) ดำรงตำแหน่ง เจ้าอาวาส ท่านได้ดำเนินการบูรณะพัฒนาวัด เจริญมั่นคงมาตามลำดับ</i></p>

<p><b><i>&nbsp;</i></b><i>ในสมัยอำเภอหลังสวน เป็นจังหวัดหลังสวน ทางด้านทิศตะวันตกของที่ว่าการจังหวัด มีวัดอยู่เพียง ๒ วัด คือ วัดหัววัง (วัดสมุหเขตตาราม) กับวัดราษฎร์บูรณาราม (วัดราชบุรณะ ปัจจุบันเท่านั้น) ต่อมา กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชน ได้ตั้งโรงเรียนสอนหนังสือไทย ชั้นมูลศึกษาขึ้นที่ศาลาวัดราชบุรณะ</i></p>

<p><b><i>&nbsp;</i></b><i>ต่อมาในสมัยเจ้าคุณภัทรธรรมธาดา เจ้าคณะจังหวัดชุมพร(ธ) วัดสามแก้ว ได้ดำเนินการเปลี่ยนชื่อวัดราชบูรณะโดยอ้างเหตุผลว่า นามนี้เป็นราชทินนาม เป้นการไม่เหมาะสมกับสภาพวัดที่อยู่ในชนบทห่างไกล จึงเปลี่ยนชื่อเป็น&quot;วัดราษฎรบูรณาราม&quot;</i></p>

<p><b><i>&nbsp;</i></b><i>ปัจจุบันสภาพของวัดนี้ มีลำห้วยอยู่ใจกลางของวัด เดิมสถานที่ตั้งวัดอยู่ฝั่งห้วยด้านทิศเหนือ ต่อมาในสมัยหลวงพ่อธรจึงได้เคลื่อนย้ายสิ่งปลูกสร้างมาสร้างฝั่งห้วยด้านทิศใต้ ชาวบ้านจึงมักจะเรียกว่า &quot;วัดใน&quot; &quot;วัดนอก&quot; เพราะวัดอยู่ทั้งสองฝั่งห้วย ต่อมา ในสมัยพระอธิการฝึก (ทับเกลียว) ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส ท่านก็ได้เคลื่อนย้าย รื้อถอนสิ่งก่อสร้่้างทั้งหมด คงเหลือแต่พระอุโสถ มาก่อสร้างฝั่งห้วยด้านทิศใต้ เพราะการคมนาคมทางบกเริ่มเจริญ (ในสมันญี่ปุ่นยกทัพผ่าน) ปรากฎว่าวัดนี้ ได้เจริญก้าวหน้าทั้งศาสนวัตถุ และการศึกษาอบรม มีความสำคัญในทางประวัติศาสตร์ และสังคม</i></p>

<p><i>&nbsp;&nbsp;&nbsp;เมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๔ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และประชาชน ได้นิมนต์ พระมหาดำเนิน อตฺถจารี เลขานุการเจ้าคณะจังหวัดชุมพร มาดำเนินการพัฒนาในรูปแบบปัจจุบัน ในวโรกาสมหามงคลสมัยที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช มหาราช พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ยกวัดราษฎร์บูรณาราม เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ เมื่อวันที่ ๒๗ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๑ โดยประกาศสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และเมื่อวันที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๕๓ มหาเถรสมาคม มีมติให้เปลี่ยนกลับไปใช้ชื่อเดิม โดยประกาศสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เมื่อวันที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๕๓ คือ วัดราชบุรณะ ที่ได้รับพระราชทานนามจากพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓</i></p>

<p><b><i>&nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;</i></b><i>สิ่งสำคัญในพระอาราม</i></p>

<p><i>พระอุโบสถหลังเก่า ชำรุดทรุดโทรมสร้างมากว่า ๑๖๐ ปี จึงได้สร้างพระอุโบสถขึ้นใหม่ ตามแนวพระอุโบสถวัดพระราม ๙ ฯ กรุงเทพมหานคร ขนาดกว่้าง ๑๔ เมตร ยาว ๒๒ เมตร สร้างไปแล้ว ๘๕ เปอร์เซนต์</i></p>

<p><i>๑. พระอุโบสถหลังใหม่ที่กำลังดำเนินการก่อสร้าง เป็นพระอุโบสถกำแพงน้ำ</i></p>

<p><i>๒. พระประธานในอุโบสถหลังใหม่ เป็นพระพุทธรูปหล่อด้วยทองเหลือง นามว่า พระพุทธสิงห์</i></p>

<p><i>๓. เจดีย์รัตนตรัย ลักษณะก่ออิฐถือปูน ทรงระฆังคว่ำ ย่อมุมไม้สิบสอง ภายในประดิษฐานพระพุทธสิหิงห์จำลอง</i></p>

<p><b><i>&nbsp;</i></b></p>

<p><i>&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;การบริหารและการปกครองมีเจ้าอาวาสเท่าที่ทราบนาม คือ</i></p>

<p><i>รูปที่ ๑ หลวงพ่อทองคำ</i></p>

<p><i>รูปที่ ๒ หลวงพ่อนิล</i></p>

<p><i>รูปที่ ๓ หลวงพ่อธร ดำรงตำแหน่ง ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๖๐&nbsp;<b>&ndash;&nbsp;</b></i><i>๒๔๖๕</i></p>

<p><i>รูปที่ ๔ พระอธิการฝึก (ทับเคลียว) ดำรงตำแหน่ง ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๖๖&nbsp;<b>&ndash;&nbsp;</b></i><i>๒๔๗๒</i></p>

<p><i>รูปที่ ๕ พระวินัยธรหีต ธมฺมนนฺโท ดำรงตำแหน่ง ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๗๓&nbsp;<b>&ndash;&nbsp;</b></i><i>๒๕๐๔</i></p>

<p><i>รูปที่ ๖ พระครูสมุห์ป้วน ถาวโร ดำรงตำแหน่ง ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๐๕&nbsp;<b>&ndash;&nbsp;</b></i><i>๒๕๐๙</i></p>

<p><i>รูปที่ ๗ พระมหาบุญสร้าง สุทฺธจาดร ดำรงตำแหน่ง ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๑๒&nbsp;<b>&ndash;&nbsp;</b></i><i>๒๕๑๔</i></p>

<p><i>รูปที่ ๘ พระอธิการเจริญ กิตฺติปาโล ดำรงตำแหน่ง ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๑๗&nbsp;<b>&ndash;&nbsp;</b></i><i>๒๕๒๓</i></p>

<p><i>รูปที่ ๙ พระมหาดำเนิน อตฺถจารี (พระครูพิมลธรรมภาณี) ดำรงตำแหน่ง ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๒๔ ถึงปัจจุบัน</i></p>

<p><i>ปัจจุบัน พระครูพิมลธรรมภาณี ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ ในราชทินนามที่ &quot;พระวิจิตรธรรมนิเทศ&quot; และดำรงตำแหน่งทางปกครองคณะสงฆ์ เป็น รองเจ้าคณะจังหวัดชุมพร</i></p>

<p><b><i>&nbsp;</i></b><i>&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;ด้านการศึกษามี</i></p>

<p><i>๑. โรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกธรรม เปิดสอนเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๓</i></p>

<p><i>๒. โรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกบาลี เปิดสอนเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๐</i></p>

<p><i>๓. โรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญ เปิดสอนเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๔</i></p>

<p><i>๔. ศูนย์อบรมเด้กก่อนเกณฑ์ในวัด เปิดสอนเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๕ ปัจจุบันโอนให้องค์การบริหารส่วนตำบลท่ามะพลา</i></p>

<p><i>ด้านวัฒนธรรมเป็นแหล่งเรียนรู้ และจัดตั้งโครงการวัฒนธรรมไทยสายใยชุมชน ตำบลท่ามะพลา</i></p>

<p><b><i>&nbsp;</i></b><i>&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp;ผลงานดีเด่น</i></p>

<p><i>๑. พ.ศ.๒๕๒๕ ได้รับประกาศนียบัตร รางวัลที่ ๑ จากคณะสงฆ์จังหวัดชุมพร ในการประเมินมาตรฐานวัด ในจังหัดชุมพร</i></p>

<p><i>๒. พ.ศ. ๒๕๓๓ กรมการศาสนา ได้ยกฐานะให้วัดราษฎร์บูรณาราม เป็นวัดพัฒนาตังอย่าง</i></p>

<p><i>๓. พ.ศ.๒๕๓๖ เขตการศึกษา ๓ ได้ประกาศให้วัดราษฎร์บูรณาราม เป็นอุทยานการศึกษา</i></p>

<p>&nbsp;</p>

<p><i><img alt="" src="https://cpn.onab.go.th/cms/s33/u276/ราชบุรณะ3.jpg" style="width: 300px; height: 200px;" />&nbsp;<img alt="" src="https://cpn.onab.go.th/cms/s33/u276/ราชบุรณะ4.jpg" style="width: 300px; height: 200px;" /></i></p>
]]></description>
<enclosure url='https://cpn.onab.go.th/th/file/get/file/20210514d41d8cd98f00b204e9800998ecf8427e094156.jpg' type='image/jpg' length='75880' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[วัดชุมพรรังสรรค์ พระอารามหลวง]]></title>
<link>https://cpn.onab.go.th/th/content/category/detail/id/110/iid/647</link>
<guid isPermaLink="false">a8b51e47589b844d7436e4fc0698047c</guid>
<pubDate>Mon, 27 Jul 2020 00:00:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<h1 style="text-align: center;"><strong><span style="font-family:DBHelvethaicaX;"><span style="color:#800080;">วัดชุมพรรังสรรค์&nbsp; พระอารามหลวง</span></span></strong></h1>

<p><strong><span style="font-family:DBHelvethaicaX;"><span style="color:#800080;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;<img alt="" src="https://cpn.onab.go.th/cms/s33/u276/_MG_5798.jpg" style="width: 500px; height: 500px;" /></span></span></strong></p>

<p>&nbsp;</p>

<p><strong><span style="font-family:DBHelvethaicaX;"><span style="color:#800080;">&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;</span>วัดชุมพรรังสรรค์&nbsp; &nbsp;เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี&nbsp; ชนิดสามัญ&nbsp; ตั้งเมื่อ พ.ศ. ๒๓๖๓&nbsp; ผู้สร้างวัด คือ พระยากำแพงวงคราม (ซุ้ย) ในสมัยที่จังหวัดชุมพรตกอยู่ในอำนาจของพม่าเข้ายึดครอง ราษฏร์ตกอยู่ในความลำบาก และทุกข์ทรมาน นายซุ้ยได้สมทบกับพวกประมาณ ๓๐ กว่าคน&nbsp; เข้าตีค่ายพม่าได้สำเร็จ พวกพม่าหนีข้ามภูเขาหินของ&nbsp; &nbsp;เมื่อศึกสงบลงปรากฏว่านายซุ้นได้รับสถาปนาฐานันดรศักดิ์&nbsp; &nbsp; เป็นพระยาเพชรกำแหง&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp;&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;&nbsp; &nbsp;สงครามในสมัยรัชกาลที่ ๓&nbsp; ราษฏรทั่วไปเรียนท่านว่า พระยาตับเหล็ก&nbsp; เพราะมีอาคมคงกระพันชาตรี&nbsp; ท่านได้สร้างวัดเพื่อเทิดพระเกียรติแด่องค์พระมหากษัตริย์<br />
และเพื่อเป็นเกียรติประวัติของตนที่ได้ชนะศึก&nbsp; กอบกู้เมืองชุมพรและเพื่อเป็นพุทธบูชา&nbsp; ท่านได้ขนานนามว่า&nbsp; วัดราชคฤห์ดาวคะนอง&nbsp; &nbsp;เนื่องจากวัดตั้งอยู่ในที่ลุ่มและติดกับแม่น้ำท่าตะเภา<br />
เมื่อถึงฤดูฝนน้ำหลากเมืองชุมพร&nbsp; พระภิกษุและสามเณรไม่สามารถจำพรรษาที่วัดได้&nbsp; ต้องละทิ้งวัดเพื่อหนีอุทกภัย คณะสงฆ์และราษฏร์เรียนกวัดนี้ว่า&nbsp; &nbsp;วัดท่าเภาเหนือ&nbsp; &nbsp;ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ ๕&nbsp; &nbsp;มีการก่อตั้งทางรถไฟตัดทางสายใต้ ผ่านเมืองชุมพร&nbsp; เนื้อที่วัดได้แยกออกเป็นสองส่วน&nbsp; ทำให้พื้นที่วัดคงเหลือ ๒๒&nbsp;&nbsp;ไร่&nbsp; ๓&nbsp; งาน&nbsp; ๕๐&nbsp; ตารางวา&nbsp;&nbsp;<br />
&nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp; &nbsp;ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๘๔&nbsp; ได้เกิดสงครามโลกครั้งที่ ๒&nbsp; ระเบิดลงผิดเป้าหมายมาลงในวัด&nbsp; อาคารเสนาสนะ&nbsp; พระอุโบสถ&nbsp; คงเหลือแต่พระพุทธปฏิมากรภายใน อุโบสถเพียงองคืเดียวนามว่า&nbsp; <span style="color:#b22222;">สมเด็จพระรอดสงคราม&nbsp; &nbsp;</span>ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๘๘&nbsp; สงครามได้ยุติลง&nbsp; พระปลัดเปื้อน&nbsp; จันทสาโร&nbsp; เจ้าอาวาสได้พัฒนาและปฏสังขรณ์วัด&nbsp; &nbsp;หลังจากที่วัดร้างไปเป็นเวลา ๕ ปี<br />
สมัยนั้นการพัฒนาวัดแสนยากลำบากในการหาวัสดุมาสร้างเสนาสนะ ต้องนำไม้มาจากประเทศพม่า และล่องมาทางแม่น้ำท่าตะเภา&nbsp; ท่านได้ถึงแก่มรณภาพใน&nbsp; ปี ๒๕๐๕<br />
วัดชุมพรรังสรรค์ได้สละที่ดินเพื่อสร้างโรงเรียนศรียาภัย&nbsp; เป็นโรงเรียนรัฐบาล ตั้งอยู่ในบริเวณวัด ผู้บริจาคที่ดินเพื่อสร้างโรงเรียน คือ&nbsp; นางสาวชื่น ศรียาภัย&nbsp; ต่อมาได้ไปตั้งอยู่ถนนพิศิษฐ์พยาบาล&nbsp; อาคารเรียนจึงว่างลง&nbsp; &nbsp;ท่านเจ้าคุณวิชัยธารโสภณ&nbsp; และคณะกรรมการสงฆ์มีมติจัดตั้งโรงเรียนราษฏร์ภายในวัดชื่อว่า&nbsp; &nbsp;โรงเรียนพุทธยาคมศรียาภัย&nbsp; ต่อมาในปี ๒๕๐๐&nbsp;<br />
ครธสงฆ์ได้เปลี่ยนชื่อวัดท่าตะเภาเหนือเป็น&nbsp; &nbsp;วัดชุมพรรังสรรค์ ซึ่งปัจจับันเป็นวัดพัฒนาตัวอย่าง&nbsp;&nbsp;&nbsp;</span></strong></p>

<p><strong><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">&nbsp;</span></strong><br />
&nbsp;</p>

<p><strong><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">&nbsp;</span></strong></p>

<p><strong><span style="font-family:DBHelvethaicaX;">&nbsp; &nbsp;&nbsp;</span></strong></p>

<p>&nbsp;</p>
]]></description>
<enclosure url='https://cpn.onab.go.th/th/file/get/file/202104229f851c100bb8015fe354d08126a82a4e150813.JPG' type='image/jpg' length='36709' />
</item>
<item>
<title><![CDATA[วัดโพธิการาม]]></title>
<link>https://cpn.onab.go.th/th/content/category/detail/id/110/iid/649</link>
<guid isPermaLink="false">0a7625fb6e505a656247b03c6aac49c2</guid>
<pubDate>Mon, 27 Jul 2020 00:00:00 +0700</pubDate>
<description><![CDATA[<p style="text-align: center;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;"><span style="font-size:48px;"><span style="color:#0000cd;"><strong>วัดโพธิการาม</strong></span></span></span></p>

<p style="text-align: center;"><span style="font-family:DBHelvethaicaX;"><span style="font-size:48px;"><span style="color:#0000cd;"><strong><img alt="" src="https://cpn.onab.go.th/cms/s33/u276/วัดโพธิการาม.jpg" style="width: 500px; height: 408px;" /></strong></span></span></span></p>

<p>&nbsp; &nbsp; &nbsp;วัดโพธิการาม&nbsp;จังหวัดชุมพร เป็นวัดที่ชาวชุมพรร่วมกันสร้างเมื่อปี พ.ศ.2463 พระประธานในโบสถ์เป็นปางมารวิชัยแบบสุโขทัย พระพุทธรูปทองสำริดทั้งองค์&nbsp;พระประธานนี้สร้างขึ้นแทนองค์เดิมที่ชำรุด โดยจำลองมาจากวัดมหรรณพาราม กรุงเทพมหานคร&nbsp;พระประธานนี้ แม้ไม่มีชื่อ แต่เป็นพระที่ชาวบ้านเคารพนับถือ ผ่านพิธีปลุกเสกจากพ่อท่านคล้าย วาจา ใข&nbsp;ทธิ์ พระชื่อดังของภาคใต้ องค์พระหน้าตักกว้าง 2 เมตร 9 เซนติเมตร สูง 3 เมตร 59 เซนติเมตร ประดิษฐานอยู่ที่วัดโพธิการามตั้งแต่ปี พ.ศ.2510 เป็นต้นมา</p>
]]></description>
<enclosure url='https://cpn.onab.go.th/th/file/get/file/20210422d41d8cd98f00b204e9800998ecf8427e152348.jpg' type='image/jpg' length='105290' />
</item>
</channel>
</rss>
